www.floorballcentral.com

เฟอร์กี้ไทม์

เฟอร์กี้ไทม์เป้นวะลีหนึ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลายกันในฟุตบอลอังกฤษ

เฟอร์กี้ไทม์ คำว่า เฟอร์กี้ไทม์เป้นวะลีหนึ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลายกันในฟุตบอลอังกฤษที่อ้างถึงช้วงเวลาท้ายเกมส์รวมไปจนถึงช่วงทดเวลาก่อนจบเกมส์ที่มีมากพอที่จะทำให้รูปเกมส์นั้นเปลี่ยนแปลง

จากทีมที่กำลังจะแผ้สามารถใช้ช่วงเวลานี้กลับมาตีเสมอหรือชนะได้โดยคนไทยส่วนใหญ่เรียกช่วงเวลานี้ ยาทีบาป หรือ เวลาบาป โดยมันมีที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือของ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดที่เคยคุมทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในช่วงตั้งแต่ปี 1986-2013 และเป้นที่รับรู้กันในหมู่แฟนว่าถ้าช่วงเวลาระหว่างต้นเกมส์จนถึงกลางๆเกมส์ถ้าแมนยูไนเต็ดถูกนำแล้วจะมีช่วงทดเวลาบาดเจ็บหรือจะเป็นช่วงเวลา15นาทีสุดท้ายของเกมส์เป้นเวลาที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจะสามารถทำประตูกลับมาขึ้นนำและเป็นผู้กำชัย หรืออย่างน้อยที่สุดก็กลับมาตีเสมอได้ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดของเฟอร์กี้ในยุคนั้นมีความสามารถพิเศษอย่างนึงในการดึงชัยชนะกลับมาเป็นของตัวเองในช่วงท้ายเกมส์ได้โดยมีสถิติใน 10 ปีหลังสุดได้แสดงให้เห็นว่าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมีสถิติในครึ่งหลังและในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของเกมส์ที่ดีมากกว่าสโมสรในพรีเมี่ยลีคทั้งหมดโดยสิ่งที่ทำให้ทีมอื่นๆกลับมาได้ในครึ่งหลัง เกิดจากการพูดคุยในห้องแต่ตัวและการเปลี่ยนแปลงเทคติคระหว่างเกมส์ให้กลับมาเล่นได้อย่างถูกต้องในช่วงครึ่งหลัง ซึ่งมันป็นสิ่งที่ทีมส่วนใหญ่ทำกันแล้วทีมสามารถกลับมาชนะได้แต่นั้นมันเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่เฟอร์กูสันทำ เค้ามีบางอย่างที่พิเศษกว่าในการทำให้ทีมกลับมาชนะเพราะเมื่อทีมทำคะแนนตามหลังจนกระทั้งมาจนถึงช่วงท้ายเกมส์ ฝากขั่นต่ำ 100

เฟอร์กี้ไทม์

ผู้จัดการทีมส่วนใหญ่มักจะสั่งให้นักเตะบุกขึ้นไปให้มากกว่านี้หรือกระตุ้นนักเตะให้โจมตีมากขึ้นโดย เฟอร์กูสันได้ทำสิ่งเหล่านั้นเหมือนกันครับแต่เค้าทำได้เกรี่ยวกราดกว่าคนอื่นและทำอย่างนั้นเป็นกิจวัตรในการเตรียมทีมให้ชนะ เค้ามักจะให้นักเตะฝึกซ้อมตามเงื่อนไขตามเวลาที่กับหนด ตัวอย่างเช่นเค้าจะฝึกสอนนักเตะว่าควรจะทำอย่างไรเพื่อจะทำให้ทีมได้ประตูภายใน 10 หรือ 5 หรือ 3 นาที พวกเรามีการฝึกให้เล่นในสภาณะการทียากลำบาก เราจึงรู้ว่าทำอย่างไร เราจึงจะประสบความสำเร็จในสถาณการนั้นๆ มันเป็นประโยคของผู้ช่วย ผู้จัดการทีมคนนึง ได้กล่าวไว้ โดยการซ้อมของแมนยูไนเต็ดนั้น เน้นไปการซ้อมทักษะเดิมๆซ้ำๆของนักเตะ และรวมไปถึงการใช้เทคติค ในตอนซ้อมพวกเราเรียนรู้เน้นเรียนรู้ไปกับสิ่งใหม่ๆและพัฒนามัน  เฟอร์กูสัน ได้กล่าวไว้ แต่บางครั้งความหึดสู้ของนักเตะกลับเป็นที่นำมาด้วยชัยชนะ และการที่แมนยูไนเต็ดใช้แรงฮึดเป็นแรงผลักดันได้ดีกว่าทีมอื่นๆนั้นก็เป็นเพราะว่านักเตะส่วนใหญ่มีนิสัยเป็นเช่นนั้น พวกเค้าสามารถทำมันได้อย่างอัตโนมันติ และนอกจากนี้มันเกิดสัญญานบางอย่างที่ผู้จัดการทีมส่งมาทำให้นักเตะต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อหาทางเอาชนะให้ได้ยกตัวอย่างเช่น วิะีนึงที่เฟอร์กูสันนั้นเคยใช้นั้นก็คือ เค้าได้บอกกับนักเตะว่าพวกเอ็งจะไม่ได้นั้งจนกว่าจะถึงสโมสรถถ้าหากพวกนายแพ้กลับไป โดยเฟอร์กูสันได้กล่าวไวอีกว่า การชอบเอาชนะนะคือนิสัยของผมผมได้ตั้งกฎของตัวเองขึ้นมาอย่างหนึ่งเมื่อนานมาแล้วและก็ไม่เคยเปลี่ยนมันมาก่อนซึ่งนั้นก็คือ ผมต้องชนะผมนั้นขาดหวังถึงชนะทุกครั้งที่พวกเราลงเล่น แม้ว่าจะขาดนักเตะสำคัญของทีมไปถึง 5 คน แต่ผมก็ยังขาดหวังถึงชัยชนะ ทีมอื่นๆมาการกอดรวมกันก่อนลงเล่นเรื่อมเกมส์ แต่สำหรับผมกับลูกทีมของผมเมื่อทุกคนก้าวลงสนามนั้นคือสิ่งที่ผมมั่นใจว่า นักเตะของผมทุกคนนั้นได้เตรียมตัวพร้อมที่จะเล่นแล้วนั้นก็เป้นเพราะพวกเราได้พยายามทำทุกอย่างก่อนที่จะลงไปในสนามแล้วนั้นเอง โดยเหตุการเฟอร์กี้ไทม์ที่โด่งดังที่สุด มันคงเป้นเกมส์อื่นไปไม่ได้ นอกจากในนัดชิงชนะเลิศในยูฟ่าแชมป์เปี่ยนลีคในปี 1999 ที่แมนยูไนเต็ด VS บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงเวลาบาดเจ็บ เซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสันได้กว่าถึงเรื่องเฟอร์กี้ไทม์ กับสำนักงานบีทีสปอตร์ว่าที่ผมใช่นาฬิกาเป็นเครื่องมือ เพราะว่าผมไม่เคยใช้มันเลยผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเหลือกี่นาทีซึ่งมันเป้นทริกเล็กๆน้อยๆ ในการกดดันฝั่งตรงข้ามและกรรมการ ซึ่งผมจะทำมันในช่วง 10-15 นาทีสุดท้ายของเกมส์ โดยฉเพราะในโอทัฟฟอร์ดที่มีผู้ชมที่มากกว่า 65,000 คนที่จะได้เห็นมัน ในช่วงพักครึ่งที่ทีมเป็นฝ่ายตาม ผมจะบอกกับนักเตะว่า ไม่ต้องเครียดไม่ต้องตกใจอดทนไว้ แล้วรอใน 15 นาทีสุดท้ายพวกนายจะได้เล่นในสิ่งที่พวกนายอยากจะเล่นผมเป็นคนชอบเสี่ยงและผมจะเอาตัวเองไปอยู่ในเหตุการที่สุ่มเสี่ยงเสมอทริกนี้มันไม่ได้เวิอร์คเสมอไปหลอกแต่ทว่าส่วนใหญ่มักจะสำเร็จท่าคิดในแง่ดีมันก็คือความท่าทายและการทำอะไรเสี่ยงมันคือความท้าทายของพวกเราเราเล่นเพื่อชนะแฟนๆของเราก้เข้าใจในสิ่งนี้ และพวกเค้ายอมรับมันและมันจะเป็นชัยชนะที่วิเศษกว่าะรรมดา คุณก็รู้ว่าเราจะทำอะไรในช่วงเวลามนช่วง 15 นาทีสุดท้าย หากทีมถูกนำมันจะเป็นการระดมยิ่งที่มช้ทุกส่วนของร่างกายและนักเตะจะเข้าสู่โหมดนักสู้อย่างแท้จริง แน่นอนครับมันอาจจะเกิดความผ้ายแพ้จากการโดนโต้กลับแต่ทว่า มันจะเป้นความสุขเมื่อผลลัพคือชัยชนัที่มหัศจรรย์ ผมคิดว่าทีมของผมทืี่ผ่านมาทั้งหมดมีความอุสาหะมากพวกเค้าไม่เคยยอมแพ้ดังนั้น ผมจึงได้กังวนผมพูดบางอย่างให้เค้าฟัง มันเป็นคุณสมบัติยอดเยี่ยมที่พวกเค้ามีและมันมหัศจรรย์มาก ที่ได้เห็นพวกเค้าสามารถทำให้มันเป็นจริงได้ในช่วงนาทีที่กำลังจะจบเกมส์และถ้าถามว่าเกมส์ไหนนะครับที่พวกเค้าใช้ทริกเฟอร์กี้ไทม์เป้นครั้งแรก โดยเอกบุหรุดผู้นี้ได้ป่าวประกาศถึงทริกนี้เป้นครั้งแรก นั้นก็คือในเกมส์ที่ แมนยูไนเต็ด พลิกกลับมาชนะเชฟฟิวเว้นเดย์ได้สำเร็จโดยที่ สตีฟบูทได้ทำประตูได้ถึง 2 ประตูในช่วง 7 นาทีสุดท้ายซึ่งหลังจบเกมส์ เทเวอร์ฟานสิต ผู้จัดการทีมของเชฟฟิวเว้นเดย์ ผู้จัดการทีมในยุคนั้นได้เดินทางกลับไปที่สโมสรและให้สัมภาษณ์ถึงเฟอร์กี้ว่า  คุณชนะผมแค่ในเกมส์ครึ่งเท่านั้น แต่เซอร์อเล็กซ์เฟอร์กุสันคนที่ได้รับชัยชนะที่แท้จริงกลับไปที่บ้านในตอนเย็นและได้ดูวีดีโอในเกมส์นั้นและสิ่งที่เค้าให้สัมภาษณ์ ตอบกลับฟาร์นสิตนั้นก็คือ ผมใช้เวลาแค่ 14 นาทีเพื่อเอาชนะคุณตั้งหากและนี้ก็คือที่มาของคำว่าเฟรอ์กี้ไทม์ที่เรานำมาเสนอ